Paper Submission

 

ระบบส่งบทความออนไลน์

  download  การลงรายการเอกสารอ้างอิงตาม กฎ APA Style
  download  แบบเสนอบทความ
  download  Template บทความ word
  download  Template บทความ pdf
  download  ขั้นตอนการส่งบทความตีพิมพ์วารสารเทคโนโลยีภาคใต้

รายละเอียดการเตรียมบทความเพื่อส่งตีพิมพ์ในวารสารเทคโนโลยีภาคใต้

ข้อกำหนดของบทความต้นฉบับ

 


คำแนะนำการส่งบทความลงตีพิมพ์ ในวารสารเทคโนโลยีภาคใต้

 

ข้อมูลเบื้องต้นของวารสาร
   1.1 วารสารเทคโนโลยีภาคใต้ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูล TCI (Thai Journal Citation Index Centre) หรือศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย กลุ่มที่ 1
   1.2 วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความรู้และผลงานวิชาการทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กณฑ์การพิจารณาบทความ
1. กองบรรณาธิการพิจารณาเบื้องต้น
         2. ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย 2 ท่าน เป็นผู้พิจารณาเนื้อหาสาระ ตรวจสอบความถูกต้อง และคุณภาพทางวิชาการ โดยไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้เขียนบทความ
         3. กองบรรณาธิการจะไม่คืนต้นฉบับให้กับเจ้าของบทความ
         4. ผู้เขียนต้องยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กองบรรณาธิการวารสารกำหนด และผู้เขียนต้องยินยอมให้บรรณาธิการ แก้ไขความสมบูรณ์ของบทความได้ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนเผยแพร่
         5. ลิขสิทธิ์บทความเป็นของผู้เขียน แต่วารสารเทคโนโลยีภาคใต้คงไว้ซึ่งสิทธิ์ในการตีพิมพ์ครั้งแรก โดยเหตุที่บทความนี้ปรากฏในวารสารที่เข้าถึงได้จึงอนุญาตให้นำบทความไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา แต่มิใช่เพื่อการพาณิชย์
         6. ต้นฉบับที่ผู้เขียนส่งมาเพื่อการพิจารณาจะต้องไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดวารสารหนึ่งมาก่อน
         7. ต้นฉบับที่ผู้เขียนส่งมาเพื่อการพิจารณาต้องไม่อยู่ระหว่างเสนอขอตีพิมพ์ในวารสารอื่น
         8. เนื้อหาในต้นฉบับควรเกิดจากการสังเคราะห์ความคิดขึ้น โดยผู้เขียนเองไม่ได้ลอกเลียนหรือตัดทอน
มาจากผลงานวิจัยของผู้อื่น หรือจากบทความอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือปราศจากการอ้างอิงที่เหมาะสม
         9. ผู้เขียนต้องเขียนต้นฉบับตามรูปแบบของต้นฉบับตามข้อกำหนดในระเบียบการส่งต้นฉบับ
       10. ผู้เขียนได้แก้ไขความถูกต้องของเรื่องที่ส่งมาตีพิมพ์ ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้วตามข้อเสนอแนะ

          11. หลังจากผู้เขียนได้แก้ไขตามข้อเสนอแนะแล้ว กองบรรณาธิการจะได้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง


การเตรียมต้นฉบับ
          กองบรรณาธิการจะรับพิจารณากลั่นกรองเฉพาะต้นฉบับที่เป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
1. ต้นฉบับ
   1.1 เป็นบทความวิจัย/บทความปริทัศน์/บทความวิชาการ/ และบทวิจารณ์หนังสือ ที่ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในที่ใดมาก่อนและไม่อยู่ในระหว่างพิจารณาการตีพิมพ์ในวารสารใด
   1.2 เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น
   1.3 หากเป็นงานแปลหรือเรียบเรียงจากภาษาต่างประเทศ ต้องมีหลักฐานการอนุญาตให้ตีพิมพ์เป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของลิขสิทธิ์
   1.4 เนื้อหาของบทความทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 10 หน้า กระดาษ A4 รวมอ้างอิง ข้อความในบทความพิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft Word ใช้รูปแบบตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 ใส่หมายเลขหน้ากำกับที่มุมบนขวาของหน้ากระดาษทุกหน้า ต้นฉบับที่ส่งมาเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ จะต้องใช้ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ เท่านั้น (หากเกิน 10 หน้า คิดหน้าละ 200 บาท)
   1.5 เขียนตามรูปแบบของบทความอย่างกระชับและได้ความครบถ้วนไม่ใช่เขียนตามรูปแบบของรายงานวิทยานิพนธ์หรือสารนิพนธ์
   1.6 คำศัพท์ให้ใช้ศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตยสถาน
2. ชื่อเรื่อง
ควรกระชับและตรงกับเนื้อเรื่อง(ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องสอดคล้องกัน)
3. ชื่อผู้เขียน
   3.1 ระบุชื่อ-นามสกุลจริง (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) ไว้ตรงกลางใต้ชื่อบทความ
   3.2 ระบุที่อยู่หรือหน่วยงานสังกัดไว้หลังชื่อผู้เขียน เช่น คณะ....... มหาวิทยาลัย....... (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
   3.3 ระบุอีเมล์ผู้ประสานงานหลักไว้ใต้สังกัด

4. บทคัดย่อ
   4.1 บทความภาษาไทยต้องมีบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดยเรียงลำดับบทคัดย่อภาษาไทยก่อนบทคัดย่อภาษาอังกฤษ และจำนวนคำไม่เกิน 300 คำ
   4.2 บทความภาษาอังกฤษต้องมีบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเรียงลำดับบทคัดย่อภาษาอังกฤษก่อนบทคัดย่อภาษาไทย และจำนวนคำไม่เกิน 300 คำ

ตัวอย่างการเขียนบทคัดย่อ
ผลของการจัดการเรียนรู้แบบโครงการเป็นฐาน Project-Based Learning (PjBL)
ที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
สาขาวิชาการเลขานุการ
Development of Creative Characteristics using
Project-Based Learning (PjBL)
for High Vocational Students of Program in Secretarial

ประกายฉัตร ขวัญแก้ว*
พัชรา วาณิชวศิน
สูติเทพ ศิริพิพัฒนกุล
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
* e-mail: pkp65040049@gmail.com

Prakaichat Kwankaew
Patchara Vanichvasin
Sutitep Siripipattanakoon
Faculty of Education, Kasetsart University

บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคุณลักษณะความคิดสร้างสรรค์ก่อนและหลังของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงด้วยวิธีการเรียนรู้แบบโครงการเป็นฐาน (PjBL) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ที่กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการเลขานุการ จำนวน 10 คน ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาโครงการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 ของวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงจากความพร้อมของครู นักศึกษา วิชาที่เปิดสอนและระยะเวลาที่สอนเป็นระยะเวลาตั้งแต่เดือนตุลาคม-เดือนกุมภาพันธ์ 2556 เป็นการวิจัยกึ่งทดลองโดยใช้เครื่องมือการวิเคราะห์เนื้อหา แบบประเมินคุณลักษณะความคิดสร้างสรรค์ก่อนและหลังการจัดการเรียนการสอน และแผนการจัดการเรียนรู้วิชาโครงการ เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า ระดับคุณลักษณะความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงก่อนได้รับการพัฒนาคุณลักษณะความคิดสร้างสรรค์ด้วยการเรียนรู้แบบโครงการ ในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย ( =1.65, S.D.=0.21) แต่หลังจากได้รับการพัฒนาคุณลักษณะความคิดสร้างสรรค์ด้วยการเรียนรู้แบบโครงการเป็นฐาน โดยใช้แผนการสอนที่ส่งเสริมคุณลักษณะความคิดสร้างสรรค์ นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงมีระดับคุณลักษณะความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับปานกลาง ( =3.22, S.D.=0.21) ซึ่งนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงที่ได้รับการพัฒนาคุณลักษณะความคิดสร้างสรรค์ด้วยการเรียนรู้แบบโครงการเป็นฐาน โดยใช้แผนการสอนที่ส่งเสริมคุณลักษณะความคิดสร้างสรรค์ในการสอนมีคะแนนความคิดสร้างสรรค์หลังการประเมินสูงกว่าก่อนการประเมินอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

คำสำคัญ: คุณลักษณะความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้แบบโครงการเป็นฐาน

Abstract
        .........................................................................................................................................
5. เนื้อหา
5.1 ชื่อเรื่อง ประกอบด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
5.2 ชื่อผู้วิจัย ประกอบด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ระบุชื่อผู้วิจัย ผู้ร่วมวิจัย และอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หรือสารนิพนธ์
5.3 บทคัดย่อ ประกอบด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่เกิน 300 คำ
5.4 บทนำ ประกอบด้วย (1) ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา (2) วัตถุประสงค์ และ/หรือสมมติฐานและประโยชน์ของงานวิจัย
5.5 วิธีวิจัย ประกอบด้วย กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล
5.6 ผลการวิจัย เสนอผลวิจัยตามวัตถุประสงค์ และอาจเสนอตารางประกอบเท่าที่จำเป็น
5.7 อภิปรายผล ต้องมีการอ้างอิงงานวิจัยหรือทฤษฎีที่สอดคล้องกับผลการวิจัยนั้นด้วย
5.8 สรุป เกี่ยวกับประเด็นหลักในภาพรวมของบทความทั้งหมด
5.9 ข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการนำผลการวิจัยไปใช้ และการวิจัยในครั้งต่อไป
5.10 เอกสารอ้างอิง ใช้เฉพาะที่มีการอ้างอิงในบทความเท่านั้น (ใช้รูปแบบการอ้างอิง APA Style)
หมายเหตุ สำหรับบทความที่ไม่ใช่รายงานวิจัยให้มีข้อ 5.1 ถึง 5.3 ตามที่กำหนด ส่วนข้ออื่น ๆ สามารถกำหนดเองตามความเหมาะสม


5. เนื้อหา
   5.1 ชื่อเรื่อง ประกอบด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
   5.2 ชื่อผู้วิจัย ประกอบด้วยผู้วิจัย ผู้ร่วมวิจัย และอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หรือสารนิพนธ์
   5.3 บทคัดย่อ ประกอบด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่เกิน 300 คำ
   5.4 บทนำ ประกอบด้วย (1) ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา (2) วัตถุประสงค์ และ/หรือสมมติฐานและประโยชน์ของงานวิจัย
   5.5 วิธีวิจัย ประกอบด้วย กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล
   5.6 ผลการวิจัย เสนอผลวิจัยตามวัตถุประสงค์ และอาจเสนอตารางประกอบเท่าที่จำเป็น
   5.7 อภิปรายผล ต้องมีการอ้างอิงงานวิจัยหรือทฤษฎีที่สอดคล้องกับผลการวิจัยนั้นด้วย
   5.8 ข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการนำผลการวิจัยไปใช้ และการวิจัยในครั้งต่อไป
   5.9 สรุป เกี่ยวกับประเด็นหลักในภาพรวมของบทความทั้งหมดประมาณ 4-5 บรรทัด
   5.9 เอกสารอ้างอิง ใช้เฉพาะที่มีการอ้างอิงในบทความเท่านั้น (ใช้รูปแบบการอ้างอิง APA Style)
หมายเหตุ สำหรับบทความที่ไม่ใช่รายงานวิจัยให้มีข้อ 9.1 ถึง 9.3 ตามที่กำหนด ส่วนข้ออื่นๆ สามารถกำหนดเองตามความเหมาะสม
6. การอ้างอิง
ควรอ้างอิงจากหนังสือตำรา บทความวิชาการ บทความวิจัย จากวารสารวิชาการหรือ Proceedings ไม่ควรอ้างอิงจาก Website (ไม่เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการเนื่องจากไม่มีการตรวจสอบคุณภาพและความถูกต้องของ Website) หรือถ้าจำเป็นก็อ้างอิงเท่าที่จำเป็น เอกสารอ้างอิงภายในเนื้อเรื่องและภายใต้หัวข้อเอกสารอ้างอิงจะต้องตรงกันไม่อ้างอิงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง การอ้างอิงต้องถูกต้องตามหลักวิชาการ และต้องมีรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับเอกสารที่ผู้เขียนได้อ้างอิงอย่างครบถ้วน เพื่อความสะดวกในการติดตามเอกสารที่ผู้เขียนได้อ้างอิงไว้ และการอ้างอิงควรใช้รูปแบบเดียวกันโดยสม่ำเสมอ
   6.1 การเรียงลำดับเอกสาร เรียงตามลำดับตัวอักษรชื่อผู้เขียนโดยไม่ต้องมีเลขกำกับ เริ่มด้วยรายชื่อเอกสารภาษาไทย และต่อด้วยรายชื่อเอกสารภาษาต่างประเทศ
   6.2 เอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาไทย ชื่อผู้เขียนใช้ชื่อเต็ม และให้แปลเอกสารอ้างอิงภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษเพิ่มเติมต่อท้ายในหัวข้อ Translated Thai References* ต่อจากเอกสารอ้างอิง
   6.3 เอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาต่างประเทศ ชื่อผู้เขียนให้อ้างนามสกุลก่อน โดยเขียนเป็นคำเต็มและตามด้วยชื่ออื่น ๆ ซึ่งย่อเฉพาะอักษรตัวแรกในกรณีชื่อที่มีคำขึ้นต้น ด้วยว่า Van de, der, von ให้เขียนเติมนำหน้าชื่อสกุล
   6.4 การอ้างอิงและเอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาต่างประเทศ ใช้รูปแบบ APA style (American Psychological Association)

ตัวอย่างการเขียนอ้างอิง TRANSLATED THAI REFERENCES*
พร้อมพิไล  บัวสุวรรณ. (2554). ความสัมพันธ์ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน: ความเป็นหุ้นส่วนทาง
          การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน.
กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
Buawsuwan, P. (2011). The Relationship between School and Community: Partnership of
          Education for Sustainable Development
. Bangkok, Kasetsart University. [in Thai]
ยศ  บริสุทธิ์ และ กัลยา มิขะมา. (2552). ประเด็นปัญหาและชุดความรู้เทคโนโลยีการผลิตยางพาราของผู้ปลูก
          ยางพาราย่อยจังหวัดนครพนม. วารสารขอนแก่นการเกษตร, 38, 291-300.
Borisutdhi, Y., & Mikhama, K. (2010). Problems and knowledge package on para rubber
          production technology of smallholders in Nakhon Phanom Province. Khon Kaen
          Agricultural Journal, 38
, 291-300. [in Thai]

ตัวอย่างการเขียนรายการบรรณานุกรมเอกสารอ้างอิง
          1) การอ้างอิงในเนื้อหาเพื่อบอกแหล่งที่มาของข้อความนั้น ให้ใช้วิธีการอ้างอิงแบบนาม-ปี โดยระบุชื่อผู้เขียน ปีพิมพ์ และเลขหน้าของเอกสาร (มีหรือไม่มีก็ได้) ไว้ข้างหน้าหรือข้างหลังของข้อความที่ต้องการอ้างอิง เช่น ปรานี  ประเสริฐสิน (2555)..... หรือ .....(Newman & Cullen, 2012) หรือ .....(ศิริวรรณ  เสรีรัตน์ และคณะ, 2554)
          2) การอ้างอิงท้ายบทความ ให้รวบรวมเอกสารที่ใช้อ้างอิงไว้ท้ายบทความ เรียงตามลำดับอักษรชื่อผู้เขียน ให้เรียงรายการเอกสารภาษาไทยไว้ก่อนภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบการอ้างอิงตามระบบ APA Style ดังตัวอย่างต่อไปนี้
          2.1) หนังสือหรือตำรา
          รูปแบบ: ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อหนังสือ. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.

          ตัวอย่างสำหรับผู้เขียน 1 คน เช่น
          ธำรงศักดิ์  อายุวัฒนะ. (2547). ไทยในมาเลเซีย. กรุงเทพฯ: บรรณกิจ.
          Feuchtwanger, E. (2002). Bismark. London: Routledge.

          ตัวอย่างสำหรับผู้เขียน 2 คน เช่น
          ไพรัช ธัชยพงษ์ และ กฤษณะ ช่างกล่อม. (2541). งานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
                   สารสนเทศแห่งชาติเพื่อการศึกษา.
กรุงเทพมหานคร: แพร่พิทยา.
          Mitchell, T. R., & Larson, J. R., Jr. (1987). People in organizations: An
                   introduction to organizational behavior
(3rd ed.). New York:  McGraw-Hill.

          ตัวอย่างสำหรับผู้เขียน 3 คนขึ้นไป เช่น
          ศุภมิตร  เมฆฉาย, พัชรินทร์  ครุฑเมือง, อัญชลี  วงษา, เทิดชัย  เวียรศิลป์, และ
                      เกรียงศักดิ์  เม่งอำพัน. (2548). การจำแนกเพศปลาบึกด้วยเครื่องหมายโมเลกุลดีเอ็นเอ.เชียงใหม่:คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
          Cate A.R., Harris, D.L., Boswell, W., James, W.L., & Peters, A.V.   (1991).
                     Trance and clay therapy. Chicago: Chicago   University Press.

          2.2) หนังสือหรือตำราที่มีบรรณาธิการ
          รูปแบบ:ชื่อบรรณาธิการ, (ผู้รวบรวม). (ปีที่พิมพ์). ชื่อหนังสือ. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.
          ตัวอย่างเช่น      อดุลย์ วิริยเวชกุล, (บก.). (2541). คู่มือจัดการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษา. นครปฐม: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
          Gibbs, J. T., & Huang, L. N. (Eds.). (1991). Children of color: Psychological interventions with minority youth. San Francisco: Jossey-Bass.
          2.3) วารสาร/นิตยสาร/ข่าวสาร                   
          รูปแบบ: ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อเรื่อง. ชื่อวารสาร/นิตยสาร/ข่าวสาร, ปีที่ (ฉบับที่), หน้า–หน้า.
          ตัวอย่างเช่น     
          จุฑามาศ  ทรงช่วง, พฤฒิพงษ์ เล็กศิริรัตน์ และ ชัยลิขิต สร้อยเพชรเกษม. (2556).
                    การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบภาพเคลื่อนไหว กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง                
                  
โลกและการเปลี่ยนแปลงสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5, วารสารเทคโนโลยีภาคใต้, 6 (2), 19-25.
          Klimoski, R.,& Palmer, S. (1993). The ADA and the hiring process in
                    organizations. Consulting Psychology Journal: Practice and   Research, 45(2), 10-36.
          Zlesak, D.C., Thill, C.A., & Anderson, N.O.(2005).Trifluralin-mediated
                    polyploidization of Rosa Chinensis(Sims) Voss seedlings.  Euphytica, 141, 281-290.
          2.4) วิทยานิพนธ์
          รูปแบบ:ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์. ระดับวิทยานิพนธ์, มหาวิทยาลัย.
          ตัวอย่างเช่น     
          พรพิมล เฉลิมพลานุภาพ. (2535). พฤติกรรมการแสวงหาข่าวสารและการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารของบริษัทธุรกิจเอกชนที่มียอดขายสูงสุดของประเทศไทย.
                    วิทยานิพนธ์วารสารศาสตรมหาบัณฑิต คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
          Almeida, D.M. (1990). Fathers’ participation in family work: Consequences for fathers’ stress and father-child relations.
                    Unpublished master’s thesis, University of Victoria, Victoria British Columbia, Canada.
          2.5) เอกสารอิเล็กทรอนิกส์
          รูปแบบ:ชื่อผู้แต่ง. (ปี). ชื่อเรื่อง. ค้นเมื่อ [วัน เดือน ปี] จาก แหล่งสารสนเทศ.[หรือ URL]
          ตัวอย่างเช่น     
          ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (2552). การลงรายการบรรณานุกรมตามกฎ APA Style.
                  
ค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2552, จาก http :// www. human. cmu. ac.th / ~lib/documents / Biography.pdf
          Carranza, L.E. (1994). Le Corbusier and the problems of representation. Journal of
                   Architectural Education.
Retrieved May 15, 1995
                    from http://www.mitpress.mit.edu/jrnis-catalog/arch-ed-abstracts/File:jae48-2.html.
* หมายเหตุ 
          1. ต้นฉบับบทความที่นำส่งจะต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์และคำแนะนำการเขียนที่กำหนดเท่านั้น จึงจะได้รับพิจารณาดำเนินการประเมินบทความก่อนตีพิมพ์สามารถดูรายละเอียดการจัดเตรียมต้นฉบับได้ที่ http://journal.sct.ac.th/
          2. การอ้างอิง TRANSLATED THAI REFERENCES จะเริ่มใช้กับบทความวิชาการที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน) ของปีที่ 9 (2559) เป็นต้นไป
รายละเอียดตัวอักษรและรูปแบบการพิมพ์
          ตัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาด 16
          ขอบบน 3.0 ซม.            ขอบล่าง 2.5 ซม.
          ขอบซ้าย 2.5 ซม.            ขอบขวา 2.5 ซม.

ส่วนประกอบบทความตามลำดับดังนี้

ลักษณะตัวอักษร

รูปแบบการพิมพ์

ขนาดตัวอักษร

ชื่อบทความภาษาไทย
ชื่อบทความภาษาอังกฤษ

เน้น

กลางหน้ากระดาษ

20

ชื่อผู้แต่งภาษาไทย
ชื่อผู้แต่งภาษาอังกฤษ

เน้น

กลางหน้ากระดาษ

16

สัดกัด

ตัวธรรมดา

กลางหน้ากระดาษ

16

บทคัดย่อ
1. ภาษาไทย
2. ภาษาอังกฤษ

 

หัวข้อ : เน้น
เนื้อหา : ปกติ

 

ชิดซ้าย

 

16
16

หัวข้อหลัก

เน้น

ชิดซ้าย

16

หัวข้อย่อย

ปกติ

ใช้หมายเลข

16

เนื้อหาบทความ

ปกติ

-

14

ข้อความในตาราง

ปกติ

-

14

เอกสารอ้างอิง

เน้น

ชิดซ้าย

16

ข้อความอ้างอิง

ปกติ

ลงมา 1 ย่อหน้า

14

ภาพประกอบ

ปกติ

กลางหน้ากระดาษ

14

เกณฑ์การพิจารณาบทความ
1. กองบรรณาธิการพิจารณาเบื้องต้น
2. ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่าน เป็นผู้พิจารณาเนื้อหาสาระ ตรวจสอบความถูกต้อง และคุณภาพทางวิชาการโดยไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้เขียนบทความ
3. กองบรรณาธิการจะไม่คืนต้นฉบับให้กับเจ้าของบทความ
4. ผู้เขียนต้องยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กองบรรณาธิการวารสารกำหนด และผู้เขียนต้องยินยอมให้บรรณาธิการ แก้ไขความสมบูรณ์ของบทความได้ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนเผยแพร่
5. ลิขสิทธิ์บทความเป็นของผู้เขียน แต่วารสารเทคโนโลยีภาคใต้คงไว้ซึ่งสิทธิ์ในการตีพิมพ์ครั้งแรก โดยเหตุที่บทความนี้ปรากฏในวารสารที่เข้าถึงได้จึงอนุญาตให้นำบทความไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา แต่มิใช่เพื่อการพาณิชย์

วิธีการส่ง
          ผู้เขียนต้องส่งต้นฉบับบทความผ่านระบบออนไลน์ของวารสารเทคโนโลยีภาคใต้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำที่กำหนดทุกประการ เข้าถึงจาก http://journal.sct.ac.th โดยดำเนินการลงทะเบียนเพื่อสมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบโดยใช้อีเมลและรหัสผ่าน (ฉบับแรกของปีส่งต้นฉบับภายในวันที่ 31 ธันวาคม และฉบับที่ 2 ภายในวันที่ 30 มิถุนายน)

 

 

 

 

 

 


Copyright (c) 2012 วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ (เอสซีที.) อีเมล์ : president@sct.ac.th.
124/1 ถ.ทุ่งสง-ห้วยยอด ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 80110, โทรศัพท์ 0-7577-0136-7 โทรสาร 0-7553-8031